ระเบียบทุนภายนอก

ระเบียบ ประกาศ และข้อปฏิบัติ / ระเบียบทุนภายนอก


ระเบียบมหาวิทยาลัยรังสิต
ว่าด้วย
ทุนอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก พ.ศ. 2548

----------------------------------------------------------------

เพื่อให้การบริหารการเงินเกี่ยวกับงานวิจัยเป็นไปอย่างถูกต้อง เกิดความคล่องตัวและจูงใจให้มีการวิจัยเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการยิ่งขึ้น สมควรมีระเบียบว่าด้วยทุนอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก เพื่อถือปฏิบัติต่อไป อาศัยอำนาจตามมาตรา 34(2) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 โดยมติสภามหาวิทยาลัยรังสิต ในการประชุมครั้งที่ 2/2548 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2548 จึงกำหนดระเบียบมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วย ทุนอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก ไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบมหาวิทยาลัยรังสิตว่าด้วยทุนอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก พ.ศ. 2548"

ข้อ 2 ให้ใช้ระเบียบนี้นับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 3 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือเกณฑ์อื่นใดที่มีข้อความขัดหรือแย้งกับกำหนดแห่งระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ 4  ในระเบียบนี้   

"ทุนอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก" หมายถึง เงินที่ได้มาจากแหล่งเงินภายนอกมหาวิทยาลัย ทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ เพื่อใช้จ่ายในการวิจัย

"หน่วยงาน" หมายถึง คณะ วิทยาลัย บัณฑิตวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ แผนกอิสระ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นในมหาวิทยาลัย

ข้อ 5 วิธีการบริหารการเงินและโครงการวิจัยของแต่ละโครงการให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่เจ้าของทุนกำหนดในกรณีที่เจ้าของทุนไม่ได้กำหนดให้สถาบันวิจัยเป็นผู้จัดทำหลักเกณฑ์และจัดเป็นประกาศ ของมหาวิทยาลัย

ข้อ 6 ให้ผู้รับผิดชอบโครงการตามประกาศจัดทำรายงานการรับจ่ายทุนอุดหนุนการวิจัยเสนออธิการบดีทุกสิ้นปีงบประมาณ และ/หรือเมื่อสิ้นสุดโครงการภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันปิดบัญชี

ข้อ 7 ให้หน่วยตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัย แผนกการเงินหรือคณะกรรมการการเงินของหน่วยงานหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เป็นผู้รับรองรายงานการจ่ายเงินอุดหนุนการวิจัย   ตามข้อ 6

ข้อ 8 ให้อธิการบดีรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

 

ประกาศ ณ วันที่ 19 เมษายน 2548

พลอากาศตรี กำธน  สินธวานนท์

นายกสภามหาวิทยาลัย

 

 

ระเบียบมหาวิทยาลัยรังสิต

ว่าด้วย

การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิประโยชน์จากงานวิจัย

มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2548

----------------------------------------------------------

เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิประโยชน์จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยรังสิต รวมถึงการดำเนินการป้องพิทักษ์สิทธิอันชอบธรรมในผลงานวิจัย มีแนวทางที่ชัดเจนและเป็นธรรม อันจะเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้คณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัยทำการศึกษา ค้นคว้า วิจัย พัฒนา ตลอดจนสร้างสรรค์ผลงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาสาขาต่างๆ ขึ้น โดยอาจก่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 34(2) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 โดยมติสภามหาวิทยาลัยรังสิต ในการประชุมครั้งที่ 2/2548 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2548 จึงกำหนดให้มีระเบียบมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วย การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิประโยชน์จากงานวิจัยมหาวิทยาลัยรังสิต ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยรังสิตว่าด้วยการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิประโยชน์จากงานวิจัย มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2548”

ข้อ 2 ให้ใช้ระเบียบนี้นับแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 3 ในระเบียบนี้

มหาวิทยาลัย” หมายถึง มหาวิทยาลัยรังสิต

อธิการบดี” หมายถึง อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต

คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการบริหารงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยรังสิต

สถาบันวิจัย” หมายถึง หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยในการบริหารจัดการงานวิจัย ซึ่ง ได้แก่ สถาบันวิจัยและศูนย์บริการวิชาการ หรือ คณะ สำนัก สถาบัน หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเท่าคณะที่เป็นผู้ให้งบสนับสนุนการวิจัย

หน่วยงานต้นสังกัด” หมายถึง หน่วยงานที่คณะวิจัยปฏิบัติงานประจำอยู่

ทรัพย์สินทางปัญญา” หมายถึง ผลงานอันเกิดจากการวิจัย พัฒนา และการสร้างสรรค์ของบุคลากรหรือนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ที่อยู่ในความควบคุมของมหาวิทยาลัยหรือได้ใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งอาจเป็นงานอันเกิดจากเงินงบประมาณ หรืองานอันเกิดจากแหล่งทุนอื่น โดยอาจก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือนำไปสู่การดำเนินการขอรับความคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ หรือการคุ้มครองในทรัพย์สินทางปัญญาด้านอื่นๆ ได้

สิทธิประโยชน์” หมายถึง สิทธิประโยชน์จากผลงานวิจัย ความเป็นเจ้าของในผลงาน หรือ ผลประโยชน์ใดๆ อันเกิดจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรืออนุญาตให้ใช้สิทธิตามทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท ซึ่งรวมถึงผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน หุ้น สิทธิในการครอบครอง อาคาร สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ และผลประโยชน์ในลักษณะอื่นๆ

          “สิทธิบัตร” หมายถึง หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ ตามกำหนดในพระราชบัญญัติสิทธิบัตร

          “อนุสิทธิบัตร” หมายถึง หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ตามกำหนดในพระราชบัญญัติสิทธิบัตร

          “เครื่องหมายการค้า” หมายถึง ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คำ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อ หรือสิ่งเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน แต่ไม่หมายความรวมถึงแบบผลิตภัณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร ที่ใช้เพื่อกำกับผลิตภัณฑ์ สินค้าหรือการบริการ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ซึ่งหมายความรวมถึง เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วม

ค่าธรรมเนียมการเปิดเผยเทคโนโลยี (Disclosure fee)” หมายถึง ค่าตอบแทนที่ผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีจ่ายให้หลังจากตกลงรับถ่ายทอดเทคโนโลยี

ค่าธรรมเนียมการตอบแทนการถ่ายทอดเทคโนโลยี แบบเบ็ดเสร็จ (Turn-key Technology fee)” หมายถึง ค่าตอบแทนที่ผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีจ่ายให้หลังจากถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว

 “ค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensingfee)” หมายถึง ค่าตอบ แทนที่มหาวิทยาลัยเรียกเก็บจากผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีหลังถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว โดยมีกำหนดระยะเวลาเท่ากับอายุสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร หรืออายุความคุ้มครองในทรัพย์สินทางปัญญาด้านอื่นๆ ของผลงานนั้นๆ

งานวิจัย” หมายถึง งานอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ศึกษาค้นคว้า ไม่ว่าจะพัฒนาขึ้นใหม่ หรือพัฒนาต่อยอด หรือทำขึ้น รวมทุกสาขาวิชา และทุกรูปแบบ และรวมทั้งงานอันเกิดจากเงินงบประมาณหรือจากแหล่งทุนภายนอก ทั้งในและต่างประเทศ

 

หมวดที่ 1

บททั่วไป

 

ข้อ 4 ให้มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท ยกเว้นทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดจากการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานอื่นให้เป็นไปตามข้อตกลงเฉพาะความร่วมมือนั้น

ข้อ 5 หากผลงานมีการดำเนินการขอรับความคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา อันได้แก่ ลิขสิทธ์ สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร  เครื่องหมายการค้า หรือ การคุ้มครองในทรัพย์สินทางปัญญาด้านอื่นๆ ให้ผู้สร้างสรรค์มีชื่อปรากฏอยู่ในฐานะผู้ประดิษฐ์หรือผู้สร้างสรรค์สำหรับความคุ้มครองในทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านั้น

ข้อ 6 ให้การจัดสรรสิทธิประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภทของมหาวิทยาลัยเป็นไปตามระเบียบนี้

ข้อ 7 ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัย เป็นหน่วยงานกลางของมหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่ดำเนินการและบริหารจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญารวมทั้งจัดสรรสิทธิประโยชน์ในทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยตามระเบียบนี้

 

หมวดที่ 2

การดำเนินงาน

ข้อ 8 ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัย เป็นหน่วยงานดำเนินการยื่นคำขอรับความคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภททั้งในประเทศและต่างประเทศ

ข้อ 9 ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัย เป็นหน่วยงานรับผิดชอบค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการขอรับความคุ้มครองในทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภททั้งในและต่างประเทศ

ข้อ 10 ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัย เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการในค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการรักษาสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดอายุความคุ้มครองในทรัพย์สินทางปัญญานั้นๆ ได้แก่ อายุสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรหรืออายุความคุ้มครองในทรัพย์สินทางปัญญาด้านอื่นๆ รวมทั้งกรณีที่มีพันธะร่วมกับภาคเอกชนที่ร่วมทุนตามบันทึกข้อตกลง

ข้อ 11 ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัย มีหน้าที่ดำเนินการปกป้องรักษาสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

 

หมวดที่ 3

การจัดการสิทธิประโยชน์

ข้อ 12 ผลงานที่จะนำมาจัดสรรสิทธิประโยชน์ ตามระเบียบนี้ ได้แก่

12.1 ทรัพย์สินทางปัญญาอันเกิดจากเงินอุดหนุนการวิจัยของรัฐ

12.2 ทรัพย์สินทางปัญญาอันเกิดจากแหล่งเงินทุนวิจัยภายนอก

12.3 ทรัพย์สินทางปัญญาอันเกิดจากการร่วมลงทุนวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภายนอก

12.4 ทรัพย์สินทางปัญญาอันเกิดจากการแหล่งทุนอื่นๆ ทั้งภายในและภายนอก

ข้อ 13 ให้จัดสรรผลประโยชน์อันเกิดจากทรัพย์สินทางปัญญา เป็นดังนี้

13.1 ผลประโยชน์อันเกิดจากทรัพย์สินทางปัญญา ที่เป็นวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ สิ่งก่อสร้าง หรือ ผลิตผล ผลิตภัณฑ์ใดๆจากการทดลองวิจัย (ที่ไม่ใช่ผลงานวิจัย) ซึ่งสามารถก่อให้เกิดรายได้ ให้มอบแก่หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโครงการหรือหน่วยงานที่เป็นสถานที่ทำการวิจัยในทรัพย์สินทางปัญญานั้น

13.2 ผลประโยชน์ที่เป็นค่าธรรมเนียมทุกประเภท ได้แก่ ค่าธรรมเนียมเปิดเผยเทคโนโลยี (Disclosure fee) ค่าธรรมเนียมผลประโยชน์ (Royalty fee) ค่าธรรมเนียมการตอบแทนการถ่ายทอดเทคโนโลยี แบบเบ็ดเสร็จ (Turn-key Technology fee) และค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing fee) ให้จัดสรรแก่ผู้สร้างสรรค์และหน่วยงานของมหาวิทยาลัยในข้อ 13.3 ต่อไป

13.3 ผลประโยชน์ในส่วนที่จัดสรรแก่ผู้สร้างสรรค์และหน่วยงานของมหาวิทยาลัยให้เป็นดังนี้

13.3.1 ผู้สร้างสรรค์ ร้อยละ 50

13.3.2 หน่วยงานต้นสังกัด ร้อยละ 10

13.3.3 มหาวิทยาลัย ร้อยละ 40

การจัดสรรผลประโยชน์กรณีมีผู้ประดิษฐ์หรือผู้สร้างสรรค์ผลงานหลายคน และหลายต้นสังกัดให้จัดสรรผลประโยชน์ตามสัดส่วนการร่วมงานของการดำเนินงานวิจัยและสร้างสรรค์ผลงาน

ข้อ 14 ในกรณีที่มหาวิทยาลัยร่วมทุนกับหน่วยงานภายนอก การจัดสรรสิทธิประโยชน์ให้เป็นไปตามข้อตกลงเฉพาะความร่วมมือนั้น

ข้อ 15 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้ซึ่งมิได้กำหนดไว้ ให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาเสนอความเห็นเพื่อนำเสนออธิการบดี วินิจฉัยชี้ขาด และมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร คำวินิจฉัยหรือคำสั่งของอธิการบดีให้ถือเป็นที่สุด

 

 ประกาศ ณ วันที่ 19 เมษายน 2548

พลอากาศตรี กำธน สินธวานนท์

นายกสภามหาวิทยาลัย