กฏระเบียบในการขอทุน

ระเบียบ ประกาศ และข้อปฏิบัติ / กฏระเบียบในการขอทุน


 

สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยรังสิต

 

“วิจัยเพื่อพัฒนาสังคม สร้างสรรค์นวัตกรรม แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ รับใช้ประชาชน”

 

วัตถุประสงค์

          สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยรังสิต เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายในกำกับของฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการภายใต้การดูแลของรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนในการทำวิจัยให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยและเพื่อการให้บริการแก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานธุรกิจเอกชน หน่วยงานต่างประเทศนิติบุคคลหรือบุคคลต่างๆ อันจะนำไปสู่ความเป็นเลิศทางการวิจัยและวิชาการที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจ

สถาบันวิจัยมีจุดมุ่งหมายเพื่อ:

1. พัฒนามหาวิทยาลัยรังสิตให้มีความเป็นเลิศทางการวิจัยในแต่ละสาขาวิชาเฉพาะด้าน(Specialization)และในลักษณะองค์รวม ด้านวิทยาศาสตร์สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและส่งเสริมให้มีการบูรณาการศาสตร์ข้ามสาขาเพื่อพัฒนามาตรฐานสู่ระดับชาติและนานาชาติ

2. ใช้ผลงานวิจัยและกระบวนการวิจัย นำหน้างานด้านการเรียนการสอนแล้วนำองค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการวิจัยผนวกกับประสบการณ์วิจัยและประสบการณ์สอนไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตร

3. เพื่อให้บริการทางวิชาการแก่สังคมประชาคมวิชาการ ชุมชนในละแวกใกล้เคียง จังหวัดปทุมธานีและปริมณฑลโดยใช้ผลงานวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่และพัฒนาชุมชน

4. เพื่อพัฒนานักวิจัยที่มีคุณภาพให้กับประชาคมวิจัยและประเทศชาติโดยมีการพัฒนาตามแผนที่สถาบันวิจัยกำหนด ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนามหาวิทยาลัยรังสิตเพื่อสร้างความเป็นเลิศทางการวิจัยและวิชาการสู่ระดับประเทศและระดับสากล

5. เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการทำวิจัยของนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเปิดโอกาสให้ริเริ่มทำวิจัยสนับสนุนให้มีผลงานเบื้องต้นเพื่อพัฒนาให้มีความสามารถขอทุนจากแหล่งทุนภายนอกเป็นการสร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาศักยภาพไปสู่ระดับสากล

 

ประเภทของทุนวิจัย

 สถาบันวิจัยสนับสนุนงานวิจัยใน 4 ประเภท คือ

1. ารวิจัยพื้นฐาน (Basic Research)เป็นการศึกษาที่มุ่งแสวงหาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับปรากฏการณ์อย่างมีระเบียบแบบแผนเพื่อนำไปใช้ทดสอบและ/หรือสร้างทฤษฏีอธิบายปรากฏการณ์นั้นๆ

2. การวิจัยประยุกต์(Applied Research)เป็นการศึกษาค้นคว้าเพื่อหาความรู้ใหม่และมีวัตถุประสงค์เพื่อนำความรู้นั้นไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเป็นการนำเอาความรู้และวิชาการต่างๆที่ได้จากการวิจัยพื้นฐานมาประยุกต์ใช้อีกต่อหนึ่งและให้ระบุเพิ่มเติมด้วยว่าเป็นการวิจัยตามความต้องการของมหาวิทยาลัยรังสิตหรือเป็นการวิจัยทั่วไป

3. การวิจัยและพัฒนา(Research and Development) เป็นการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาคิดค้นอย่างเป็นระบบและน่าเชื่อถือ โดยมีเป้าหมายในพัฒนาผลผลิต เทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ สื่อ อุปกรณ์ เทคนิควิธี รูปแบบการทำงาน หรือระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

4. นวัตกรรม / สิ่งประดิษฐ์(Innovation andInvention)เป็นการศึกษาค้นคว้า หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้วให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้นเมื่อนำนวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิมทั้งยังช่วย ประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย

 

เงื่อนไขการให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและการสมัคร
1. คุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิ์ขอรับทุน 

    1.1 หัวหน้าโครงการวิจัยหรือผู้วิจัย จะต้องเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยรังสิต

          1.1.1 ต้องไม่อยู่ระหว่างศึกษาต่อปริญญาหรือประกาศนียบัตรใดๆและ/หรือต้องไม่ลาพักโดยไม่ได้รับ  เงินเดือน(ทั้งที่แจ้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ)

          1.1.2 ต้องบรรจุเป็นอาจารย์หรือบุคลากรประจำมหาวิทยาลัยรังสิตแล้วเท่านั้น

          1.1.3 ทำงานประเภทเต็มเวลาเท่านั้น (โดยการเสนอขอทุนวิจัยนั้นจะต้องเสนอผ่านหัวหน้าหน่วยงานสังกัด)

          1.1.4 หัวหน้าโครงการวิจัย ผู้ร่วมวิจัย และผู้ช่วยวิจัย ที่เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยรังสิตจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาว่าไม่กระทบต้อภาระงานที่รับผิดชอบ

          1.1.5 หัวหน้าโครงการวิจัยต้องไม่อยู่ในระหว่างที่ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยรังสิต และไม่ติดค้างการส่งรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์

 

2. ลักษณะของโครงการวิจัย

    2.1 เป็นโครงการวิจัยที่ดี มีประโยชน์

    2.2 เป็นโครงการวิจัยที่ไม่ซ้ำกับงานวิจัยอื่น

    2.3 เป็นโครงการวิจัยที่ยังไม่เคยได้รับทุนสนับสนุนจากแหล่งอื่นมาก่อน

    2.4  โครงการวิจัยที่เสนอขอทุนต้องเป็นศาสตร์ในสาขาวิชาที่เปิดสอนในมหวิทยาลัยรังสิต

    2.5 เป็นโครงการวิจัยที่มิได้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใดๆ

 

3. รายละเอียดของทุน

    3.1  มหาวิทยาลัยจะให้การสนับสนุนเงินทุนเป็นค่าใช้สอย/ค่าวัสดุตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้หากมี  ค่าจ้างผู้ช่วยวิจัยต้องไม่เกินร้อยละ 30ของเงินทุนดังกล่าว แต่ไม่มีค่าตอบแทนนักวิจัย

    3.2  มีกำหนดระยะเวลาทำวิจัยไม่เกิน 1 ปี(12เดือน)

    3.3  งบประมาณแต่ละโครงการที่ขอไม่เกิน 100,000 บาท(หนึ่งแสนบาทถ้วน)

 

4. วิธีการรับสมัครทุนให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

    4.1  ผู้ที่ประสงค์จะขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยต้องยื่นแบบเสนอโครงการวิจัยมรส. 80(Rev.2559) จำนวน 2 ชุด CD 1 แผ่น ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของสถาบันวิจัย rri.rsu.ac.th หรือขอรับแบบฟอร์มได้ที่สถาบันวิจัย ชั้น5ห้อง 505 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ โทร.5691

    4.2  โครงการที่ใช้แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต ให้แนบตัวอย่างหรือร่างแบบดังกล่าวมากับแบบเสนอโครงการวิจัยด้วยจำนวน 2ชุด

 

5.ระยะเวลาในการรับสมัคร

   รอบที่ 1 ตลอดเดือนมิถุนายน ของทุกปี

   รอบที่ 2 ตลอดเดือนกันยายน ของทุกปี

   รอบที่ 3 ตลอดเดือนมกราคม ของทุกปี

 

6. การทำสัญญา

    6.1 โครงการวิจัยที่ได้รับอนุมัติแล้ว ให้ผู้วิจัยทำสัญญารับทุนกับมหาวิทยาลัยไว้เป็นหลักฐานภายในเวลาที่สถาบันวิจัยกำหนดมิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์

    6.2 ผู้ได้รับทุนจะต้องดำเนินการวิจัยให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามโครงการที่ได้รับอนุมัติ

    6.3  มหาวิทยาลัยสงวนสิทธิที่จะระงับการให้ทุนในกรณีที่ผู้รับทุนไม่ปฏิบัติตามโครงการที่ได้รับอนุมัติตลอดจนตามสัญญารับทุน

    6.4 หากโครงการวิจัยใดไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ให้ผู้รับทุนแจ้งเหตุผลและสรุปผลงานวิจัยทั้งหมดเท่าที่ได้ทำมาแล้วพร้อมรายงานการใช้จ่ายเงินไปยังสถาบันวิจัยผ่านหน่วยงานที่สังกัด ภายใน3เดือนนับแต่วันที่ยุติโครงการและส่งคืนเงินทั้งหมดหรือเงินที่เหลือไปยังแผนกการเงินของมหาวิทยาลัยผ่านหน่วยงานที่สังกัดทันที

 

7. การจ่ายเงินทุนอุดหนุนการวิจัย

    7.1 งวดแรก จะเบิกจ่ายได้ทันทีภายหลังจากการทำสัญญาเป็นจำนวนเงินไม่เกินร้อยละ 40 ของเงินทุนอุดหนุนการวิจัยที่ได้รับทั้งหมด

    7.2 เงินงวดที่สอง-สาม จะเบิกจ่ายได้ภายหลังการรายงานความก้าวหน้า

    7.3 เงินงวดสุดท้าย จะเบิกจ่ายได้ภายหลังการส่งร่างรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ซึ่งจำนวน 2 เล่ม เพื่อที่สถาบันวิจัยจะดำเนินส่งผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินงานวิจัย 

 

8. ขั้นตอนการรายงานความคืบหน้าโครงการวิจัย

    8.1 ผู้ทำวิจัยต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้าอย่างน้อย 2 ครั้ง (ทุกๆ 3 เดือน)ตามแบบ มรส.84 โดยผ่านการตรวจสอบและแนะนำจากที่ปรึกษาโครงการแล้วจึงส่งไปยังสถาบันวิจัยตามกำหนดระยะเวลา

    8.2 เมื่อทำการวิจัยเสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้วิจัยจัดทำร่างรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ปรึกษาโครงการโดยเย็บเล่มปกอ่อน (สันห่วง) จำนวน 2 เล่ม นำส่งสถาบันวิจัยพร้อมด้วยหนังสือ/บันทึกข้อความที่มีการลงนามจากอาจารย์ที่ปรึกษา จากนั้นสถาบันวิจัย จะดำเนินการให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาร่าดังกล่าวแล้วจะแจ้งให้ท่านทราบและปรับแก้ไขตามข้อเสนอแนะและส่งกลับมายังสถาบันวิจัยอีกครั้งเพื่อตรวจสอบและแจ้งให้ท่านทราบอีกครั้งหนึ่งก่อนเพื่อให้ท่านจัดทำรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์เย็บเล่มเข้าปกกระดาษอาร์ตมันสีขาว (สันกาว) จำนวน 3 เล่ม พร้อมแผ่น CD บันทึกข้อมูล จำนวน 6 แผ่น และนำส่งสถาบันวิจัยภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันสิ้นสุดสัญญา

 

9. เอกสารการใช้จ่ายเงิน

     9.1 ใบค่าตอบแทน ของมหาวิทยาลัยรังสิต

     9.2 ใบสำคัญรับรองการจ่ายเงินของมหาวิทยาลัยรังสิต

     9.3 ใบเสร็จรับเงินจากแหล่งต่างๆที่ได้ใช้จ่ายเงินไป โดยให้ลงนามผู้จ่ายเงินในใบเสร็จตามชื่อโครงการวิจัย

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------